ท้องเสียแค่ไหน ถึงต้องไปพบแพทย์

ทุกเช้าพี่ตุนบุญจะมีความสุขมาก เพราะได้เจอหน้าหม่าม๊าและปะป๊าพร้อมหน้ากันทุกเช้า


คุณแม่มือตั้งครรภ์หลายๆ ท่านค่อนข้างกังวลกับอาการท้องผูก ซึ่งอาจจะแก้ไขกันด้วยวิธีการทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยในการขับถ่าย แต่การรับประทานมากเกินไปก็อาจเป็นผลเสียกับร่างกายได้ ส่วนคุณแม่บางท่านอาจหาวิธีการแก้ท้องผูกด้วยวิธีลัด เช่น อาหารรสจัดจ้าน อาหารกึ่งดิบกึ่งสุก แต่ก็มีคุณแม่อีกหลายๆ ท่าน ไม่ได้ตั้งใจจะแก้ท้องผูก แต่อาหารที่รับประทาน กลับทำให้เกิดอาการท้องเสีย บางรายถึงขั้นอาหารเป็นพิษเลยก็เป็นได้ ดังนั้นแล้ว ดีที่สุดคือ คุณแม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ถ้ามองเห็นว่าวิธีการจัดเก็บส่วนผสมและวิธีการปรุงอาหารนั้นสะอาด ก็สามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ 100% ได้

หากคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอาการขับถ่ายถ่ายง่าย ถ่ายคล่อง ถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นมูก ถ่ายเป็นเลือด โปรดสังเกตุในความผิดปกติของในการขับถ่ายของตนเองด้วย !  เพราะหากคุณแม่ตั้งครรภ์ตกอยู่ในอาการท้องเสียแล้วละก็ คุณลูกตัวน้อยๆ ที่อยู่ในท้องนั้นย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน

·         ใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง ถ่ายกันกี่ครั้ง นับกันบ้างหรือไม่.... ถ้าถึง 4 ครั้งเมื่อไหร่ ให้คุณแม่บอกกับตนเองด้วยว่า เรากำลังผิดปกติ
·         หากใน 1 วัน มีการถ่ายครบ 4 ครั้งเมื่อไหร่ ให้ดูว่า สิ่งที่ออกมาจากการขับถ่ายนั้นยังมีมวลหนาแน่น หรือเป็นของเหลวซะแล้ว หากเป็นของเหลว ให้รีบหาน้ำเกลือแร่มารับประทานโดยด่วน หลังจากนั้นให้โทรปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ หรือไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอวินิฉัยโดยเร่งด่วน
·         กรณีที่ขับถ่ายออกมาแล้วยังมีมวลหนาแน่นไม่เป็นของเหลว ถึงแม้จะถ่ายครบ 4 ครั้งใน 1 วันแล้วก็ตาม คุณแม่ก็ควรหาน้ำเกลือแร่มารับประทานเช่นกัน แต่อาจยังไม่ต้องกังวลมากนัก ถึงขนาดต้องรีบไปโรงพยาบาล
·          หากถ่ายเกิน 4 ครั้งต่อวัน และสิ่งที่ออกมามีมวลหนาแน่นไม่เป็นของเหลว ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 2 ก็ควรหาน้ำเกลือแร่มารับประทานอีกเช่นกัน รวมถึงให้คุณแม่สังเกตุเนื้อที่ขับถ่ายด้วยว่า เป็นลักษณะมีมูกปน หรือมีเลือดปนหรือไม่ หากมี โปรดรีบโทรปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ หรือไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอวินิฉัยโดยเร่งด่วน
·         คุณแม่บางท่าน ถ่ายเกิน 4 ครั้งต่อวัน (ปกติถ่าย 1-2 ครั้งต่อวัน) ต่อเนื่องมากกว่า 1 วัน และสังเกตุดูแล้วก็ไม่มีมูลหรือเลือดปนออกมา ก็อย่าเพิ่งสบายใจ เพราะเจ้ามูลและเลือดนั้นอาจฝังอยู่ภายในที่เรามองไม่เห็นก็เป็นได้ กรณีเช่นนี้ คุณหมอจะสามารถนำไปตรวจและจะรู้ว่ามีมูลหรือเลือดปนมาหรือไม่ ทั้งนี้สิ่งที่คุณแม่ต้องตรวจสอบตัวเองคือ อาการคลื่นไส้ อาเจียร มีหรือไม่ ถ้ามี โปรดรีบโทรปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ หรือไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอวินิฉัยโดยเร่งด่วน

สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอาหารท้องเสีย คือการเสียน้ำ เสียเกลือแร่ในร่างกาย แล้วที่สำคัญ จะมีผลต่อลูกในครรภ์แน่นอน หารคุณแม่ขายน้ำ ขาดเกลือแร่แล้ว ลูกน้อยในครรภ์ก็จะขาดตามไปด้วย ซึ่งสิ่งที่จะช่วยลูกน้อยในครรภ์ที่ดีที่สุดคือ คุณแม่ต้องทานเกลือแร่มาทดแทน ถ่ายมากเท่าไหร่ ให้ทานเกลือแร่ตามให้มากเท่านั้น  

ข้อห้ามที่สำคัญที่สุด คือ คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อมารับประทานเองโดยเด็ดขาด!


Share this

Related Posts

Previous
Next Post »

2 ความคิดเห็น

ความคิดเห็น
4 พฤศจิกายน 2554 22:04 delete

ที่เคยเห็นคุณแม่มักจะท้องผูก!!! แสดงว่าคุณกีกี้ ต้องไปรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดมาใช่ไม๊!!!

Reply
avatar
18 ธันวาคม 2557 00:40 delete ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก
avatar