เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นตะคริว (ตะคิว)

หม่าม๊ากับพี่ตุนบุญ มากินอาหารญี่ปุ่นกับคุณทวด


ทำอย่างไรดีเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นตะคริว

มีคุณแม่มือใหม่หลายๆ ท่าน สอบถามเข้ามาผ่านอีเมลบ้าง ผ่าน Facebook บ้าง เจอหน้าก็ถามไถ่กันบ้าง ถึงเรื่องราวตามประสาแม่ๆ ทั้งหลาย จนคุณกีกี้ เริ่มรู้สึกอยากเป็นคุณหมอกีกี้ขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะซิ เข้าเนื้อหากันดีกว่า วันนี้ เราจะกล่าวถึงปัญหาที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านประสพอยู่ ส่วนคุณกีกี้เอง ยังไม่เคยเจอในช่วงตั้งครรภ์

คุณแม่ท่านหนึ่ง มาเล่าเหตุการณ์แปลกปลาดให้ฟัง ถึงเช้าวันนึง ตื่นขึ้นมาก็ยืดแขนยืดขาเป็นปกติเหมือนทุกวัน แต่ปรากฎว่า ณ ขณะยืดขาอยู่นั้น คุณแม่เกิดความรู้สึกปวดๆ ที่น่องข้างซ้าย อาการปวดเริ่มรุนแรงขึ้น รุนแรงขึ้น เจ็บเข้าไปในกล้ามเนื้อน่อง แล้วคุณแม่ท่านนั้นก็ทนปวดอยู่อย่างนั้นด้วยความตกตะลึงในสิ่งที่ยังไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต กรีด!!! คุณกีกี้ได้ฟังแล้วรู้สึกเครียด ทนได้อย่างไรเนี่ย เจ็บปวดแบบนี้คุณกีกี้คงไม่อยู่เฉยแน่ๆ สุดท้ายคือต้องอธิบายให้ฟังว่ามันเป็นอาการที่เรียกว่า “ตะคริว”
                
ตะคริว คืออะไร? ตะคริว ก็คืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ผู้ที่เป็นนั้นเจ็บปวดที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ซึ่งมักจะมีอาการที่กล้ามเนื้อแขนและกล้ามเนื้อขาเป็นส่วนใหญ่ เกิดได้กับทุกคน ทุกวัย ทุกที่ และทุกเวลา ถึงแม้ว่าผลของการเป็นตะคริวจะไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็มีผลทำให้เกิดอันตรายในระหว่างทำกิจกรรมอันส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ ได้ ดังนั้นแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย ควรรู้ถึงวิธีในการจัดการกับตนเองหากเป็นตะคริวกันดีกว่า
  

สาเหตุ : ตอบได้ยากมาก เนื่องจากปัจจุบันในวงวิชาการยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเกิดตะคริว รวมถึงมีหลายทฤษฎีที่กล่าวอ้าง ทั้งนี้ผู้เขียนจะขอสรุปในภาพกว้างๆ ดังนี้
-          เกิดจากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มีการยืดตัวบ่อยๆ เป็นผลให้มีการหดรั้งและเกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อนั้นมากเกินไป
-          เกิดจากเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ
-          เกิดจากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดีพอ ซึ่งมักพบในคนที่มีโรคที่ทำให้หลอดเลือดตีบ เช่น โรคเบาหวาน
-          เกิดจากร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ เช่น มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง มีการทานยาขับปัสสาวะ ทำงานหรือเล่นกีฬาที่เสียเหงื่อมาก
-          เกิดจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากเกินไป โดยมีสัดส่วนของแป้งที่เป็นตัวช่วยให้พลังงานในการเผาผลาญเนื้อสัตว์ต่ำ เป็นผลให้เกิดกรดแลคติกสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตะคริว
-          เกิดจากมีการออกกำลังกายมากเกินไป โดยไม่ได้อบอุ่นร่างกายก่อน
-          เกิดจากการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ เช่น นักเขียนเป็นตะคริวที่มือเนื่องจากการจับปากกาเป็นเวลานาน
-          เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด เช่น ต่อมไธรอยด์ทำงานน้อย
-          เกิดจากการรับประทานยา หรืออาหารที่มีการรับประทานเข้าไป (กรณีที่เกิดอาการตะคริวบ่อยครั้งเป็นประจำ การรับประทานอาหาร หรือยา ที่รับประทานเป็นประจำ อาจเป็นปัจจัยสำคัญก็เป็นได้)
-          เกิดจากการเป็นนักกีฬาหรือผู้ที่เล่นกีฬาหนัก
-          เกิดจากอายุที่มากขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนของการเกิดตะคริวมากขึ้นเมื่อเทียบกับตอนอายุยังน้อย แต่มิใช่ว่าผู้ที่อายุยังน้อยจะไม่มีสิทธิ์เป็นตะคริว
-          สตรีมีครรภ์ มักจะมีอาการตะคริวเกิดขึ้นได้ ในขณะที่ก่อนตั้งครรภ์ยังไม่เคยเป็นตะคริว
-          ผู้ที่สูบบุหรี่จัด เทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ อัตราการเกิดตะคริวจะเกิดกับผู้ที่สูบบุหรี่จัดมากกว่า
-          ผู้ป่วยโรคไตวายที่ได้รับการรักษาด้วยเครื่องไตเทียม มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดตะคริวได้มากกว่า
-          เกิดากการขาดแร่ธาติอื่นๆ เช่น โปแตสเซี่ยม หรือแมกนีเซี่ยม
-          เกิดจากกล้ามเนื้อบาดเจ็บหรือใช้งานมากเกินไป
-          เกิดจากการหายใจเข้า และหายใจออก มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ หรือใช้วิธีการหายใจที่ผิดปกติ (หายใจตื้นๆ สั้นๆ กระชั้นถี่) อันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้แคลเซี่ยมได้ ซึ่งภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นตะคริวได้

ในขณะเป็นตะคริว จะบรรเทาอาการอย่างไร : อาการตะคริว ทำให้เกิดความรำคาญรวมถึงสร้างความเจ็บปวดแก่ผู้ที่ประสบปัญหาไม่มากก็น้อย ผู้เขียน จึงได้สรุปถึงวิธีบรรเทาอาการเพื่อให้ผู้อ่านนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยลดความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ไม่มากก็น้อย ควรปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนดังนี้
1.       ยืดกล้ามเนื้อในส่วนที่เกิดตะคริว
2.       ทาและคลึงนวดเบาๆ ด้วยยาแก้ปวดหลังจากที่ทำการยืดกล้ามเนื้อแล้ว
3.       ทำการประคบร้อนในบริเวณที่เกิดอาการ
4.       หากเกิดอาการปวดมากหลังจากดำเนินการใน 3 ขั้นตอนแรกแล้ว ให้ทานยาแก้ปวดเพื่อลดอาการ
5.       สำหรับบุคคลที่เป็นตะคริวบ่อยๆ อาจต้องปรึกษาแพทย์ ซึ่งอาจต้องรับประทานยาบางชนิด อาทิ ควินีนและยาคลายกล้ามเนื้อ

วิธีการยืดกล้ามเนื้อ
-          หากเกิดอาการตะคริวบริเวณน่อง
o   วิธีที่ 1 ให้เหยียดเข่ายืดออกไปและกระดกปลายเท้าขึ้นลงอย่างช้าๆ ให้เต็มที่เท่าที่จะกระดกได้ ประมาณ 5 นาที ห้ามกระตุกหรือกระชากอย่างรวดเร็ว เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดได้
o   วิธีที่ 2 ให้ยืนขึ้นและกดปลายเท้ากับพื้น หลังจากนั้นให้งอเข้าและโน้มตัวไปข้างหน้า
-          หากเกิดอาการตะคริวบริเวณต้นขา ควรมีผู้ช่วย โดยจับเหยียดขาข้างที่เป็นตะคริวให้ตรง ใช้มือข้างหนึ่งยกประคองส้นเท้า อีกข้างหนึ่งกดลงบนหัวเข่า จากนั้นค่อยๆ นวดบริเวณที่เป็นตะคริวเบาๆ
-          หากเกิดอาการตะคริวบริเวณนิ้วเท้า ให้เหยียดนิ้วเท้าให้ตรง และลุกขึ้นยืนเขย่งเท้า จากนั้นค่อยๆ นวดบริเวณนิ้วเท้าเบาๆ
-          หากเกิดอาการตะคริวบริเวณนิ้วมือ ให้เหยียดนิ้วมือออกและค่อยๆ นวดบริเวณนิ้วมือเบาๆ


ป้องกันไม่ให้เป็นตะคริวอย่างไรได้บ้าง : การเป็นตะคริวถึงแม้จะไม่ส่งผลเสียถึงแก่ชีวิต แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ถ้าเกิดระหว่างว่ายน้ำหรือขับรถ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นแล้ว มาหาวิธีการป้องกันในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นตะคริวกันดีกว่า
-          หากจะออกกำลังกาย ต้องอบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ
-          ในการทำงานหนักหรือออกกำลังกายหนักที่ต้องเสียเหงื่อยจำนวนมาก ควรดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทนให้เพียงพอ
-          ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะตะคริวมักเกิดกับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อไม่ค่อยได้ยืดหยุ่น
-          ฝึกการยืดกล้ามเนื้ออยู่บ่อยๆ อันเป็นผลลดการเกิดตะคริวได้
-          ทานผลไม้ที่มีเกลือแร่ แมกนีเซียม โปแตสเซียมสูง เช่น กล้วยหอม เพื่อป้องกันมิให้ร่างกายขาดเกลือแร่
-          รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อยทอด ผักคะน้า ผักหวาน กระถิน ใบตำลึง ผักกวางตุ้ง ลูกพรุน งาดำ เต้าหู้
-          ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันมิให้ร่างกายขาดน้ำ
-          หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมๆ เป็นเวลานานๆ หมั่นขยับร่างกายอยู่บ่อยๆ
-          งดสูบบุหรี่
-          พักผ่อนให้เพียงพอ
-          รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
-          สวมรองเท้าที่พอดีกับเท้าเพื่อให้เลือดหมุนเวียได้โดยสะดวก
-          ใส่ถุงเท้าเวลานอนในวันที่อุณหภูมิต่ำ เพื่อป้องกันการเกร็งของเท้า
-          ผู้สูงอายุควรหมั่นออกกำลังกายเบาๆ ขยับร่างกาย แขนขา ช้าๆ ค่อยๆ เบาๆ และหลีกเลี่ยงอากาศเย็นมากๆ
-          ฝึกหายใจให้ถูกต้อง คือหายใจลึกๆ ยาวๆ
-          เวลานอนให้ยกขาสูง

Share this

Related Posts

Previous
Next Post »

3 ความคิดเห็น

ความคิดเห็น
22 พฤศจิกายน 2557 08:11 delete

ตะคริวนี่ทรมานสุด ปวดทีแทบร้อง เดี๋ยวนี้พก น้ำมันนวด ของ ช้อนทองมงคล ไว้เลย นวดแล้วหายนะ ดีขึ้นด้วย
เคยซื้อมาลอง แล้วใช้แล้วเห็นผลดี

Reply
avatar
23 กุมภาพันธ์ 2560 21:17 delete

สวัสดีค่ะ ตอนนิดิฉันท้องได้ประมาณ7เดือน ตื่นนอนเช้าก็ยืดขาและกระดกปลายเท้าจู่ๆก็เจ็บที่น่องอะค่ะ เจ็บแบบกล้ามเนื้อล็อกอะค่ะ ทรมารมากเลย อยากทราบว่าเกิดจากอะไรค่ะ

Reply
avatar
23 กุมภาพันธ์ 2560 21:18 delete

สวัสดีค่ะ ตอนนิดิฉันท้องได้ประมาณ7เดือน ตื่นนอนเช้าก็ยืดขาและกระดกปลายเท้าจู่ๆก็เจ็บที่น่องอะค่ะ เจ็บแบบกล้ามเนื้อล็อกอะค่ะ ทรมารมากเลย อยากทราบว่าเกิดจากอะไรค่ะ

Reply
avatar